Wasabi Wallet คืออะไร คู่มือ CoinJoin Bitcoin 2026
Wasabi Wallet คืออะไร คู่มือ CoinJoin Bitcoin ฉบับเริ่มต้น
ในยุคที่ทุกธุรกรรมบิตคอยน์ถูกบันทึกถาวรบนบล็อกเชนสาธารณะ ความเป็นส่วนตัวกลายเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับคนไทยที่ถือคริปโตและไม่อยากให้ที่อยู่กระเป๋าของตัวเองถูกผูกกับตัวตนได้ง่าย ๆ ผ่านการวิเคราะห์ on-chain โดยบริษัทอย่าง Chainalysis หรือ Elliptic Wasabi Wallet คือซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับเดสก์ท็อปที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ผ่านเทคนิคที่เรียกว่า CoinJoin ซึ่งรวมธุรกรรมของผู้ใช้หลายคนเข้าด้วยกัน ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้ที่ใครก็ตามจะระบุได้แน่ชัดว่าเอาต์พุตใดเป็นของใคร
บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทยที่เพิ่งเริ่มศึกษาเรื่องความเป็นส่วนตัวบนเครือข่าย Bitcoin โดยจะอธิบายตั้งแต่หลักการพื้นฐานของ CoinJoin วิธีดาวน์โหลด ติดตั้ง และตั้งค่า Wasabi Wallet เวอร์ชัน 2.x ที่ใช้โปรโตคอล WabiSabi ไปจนถึงข้อควรระวังด้านกฎหมายของสำนักงาน ก.ล.ต. การยื่นภาษีเงินได้จากคริปโต และความเสี่ยงเชิงปฏิบัติที่ควรรู้ก่อนกดปุ่ม Coinjoin ครั้งแรก ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงสถานการณ์ล่าสุด ณ ปี 2026
"บิตคอยน์ไม่ใช่เงินสดดิจิทัลที่ไร้ตัวตนอย่างที่หลายคนเข้าใจ มันคือสมุดบัญชีเปิดที่ทุกคนอ่านได้ตลอดกาล หน้าที่ของผู้ใช้ที่ใส่ใจความเป็นส่วนตัวคือทำให้บรรทัดที่บันทึกตัวคุณกลืนหายไปในฝูงชน" — แนวคิดเบื้องหลังการออกแบบ Wasabi โดยทีม zkSNACKs
Wasabi Wallet คืออะไร และทำไมคนไทยที่ถือบิตคอยน์ควรรู้จัก
Wasabi Wallet เป็นซอฟต์แวร์กระเป๋าบิตคอยน์แบบ non-custodial ที่พัฒนาขึ้นครั้งแรกในปี 2018 โดยบริษัท zkSNACKs ซึ่งจดทะเบียนในประเทศโรมาเนีย โดยมีจุดยืนชัดเจนคือการเป็น "privacy-focused wallet" หรือกระเป๋าที่ออกแบบทุกองค์ประกอบมาเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ต่างจากกระเป๋าทั่วไปอย่าง Bitkub Wallet, Electrum หรือ Trust Wallet ที่เน้นความสะดวกในการรับ-ส่งเหรียญเป็นหลัก
คุณสมบัติสำคัญที่ทำให้ Wasabi โดดเด่นมีอยู่หลายข้อ ข้อแรกคือมันเป็นโอเพนซอร์สทั้งหมด ภายใต้สัญญาอนุญาต MIT ใครก็ตามที่อ่านโค้ดเป็นสามารถเข้าไปตรวจสอบใน GitHub ของโครงการได้ ไม่มีกล่องดำซ่อนอยู่ ข้อสองคือซอฟต์แวร์จะบังคับให้ผู้ใช้ทุกคนเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย Tor อัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดโปรแกรม ทำให้ที่อยู่ IP ของคนไทยที่ใช้งานไม่ถูกเปิดเผยต่อโหนดอื่นหรือต่อเซิร์ฟเวอร์ของ zkSNACKs เอง ข้อสามคือฟีเจอร์ BIP-158 client-side filtering ซึ่งโหลดเฉพาะส่วนของบล็อกที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าของผู้ใช้ลงเครื่อง ทำให้ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ไม่รู้ว่าผู้ใช้กำลังตรวจสอบที่อยู่ใดอยู่ และข้อที่สี่ซึ่งเป็นจุดขายหลักคือฟีเจอร์ CoinJoin แบบ trustless ผ่านโปรโตคอล WabiSabi
เหตุผลที่ผู้ใช้ในประเทศไทยควรสนใจคือ ตั้งแต่ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP) ต้องรายงานธุรกรรมต่อปปง. ภายใต้มาตรฐาน FATF Travel Rule ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ทุก ๆ การฝาก-ถอนบิตคอยน์จากบัญชี Bitkub, Binance TH, Bitazza หรือ Orbix ของคุณจะถูกผูกกับเลขบัตรประชาชนและที่อยู่กระเป๋าปลายทางในฐานข้อมูลของผู้ประกอบการ ซึ่งสามารถถูกเรียกดูได้โดยเจ้าหน้าที่รัฐผ่านหมายเรียก การใช้ CoinJoin หลังถอนเหรียญออกจาก exchange จึงเป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้เพื่อตัดสายสัมพันธ์ระหว่างตัวตนทางการเงินกับ UTXO ที่ถือครองในระยะยาว แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้ตัวเหรียญหายไปจากระบบบัญชีของรัฐทั้งหมด แต่ก็ลดความสามารถในการ "ติดตามต่อ" ของผู้สังเกตการณ์ภายนอกลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจให้ชัดว่า Wasabi ไม่ใช่เครื่องมือฟอกเงิน และก็ไม่ได้ทำให้บิตคอยน์ของคุณ "ไม่สามารถติดตามได้" 100% มันเพียงเพิ่ม "ระดับความคลุมเครือ" ให้กับเอาต์พุต ทำให้การวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างที่อยู่ต่าง ๆ ทำได้ยากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์สูงขึ้น และในหลายกรณีบริษัทวิเคราะห์เชนต้องลงเอยด้วยคำว่า "probabilistic link" หรือ "ความเชื่อมโยงเชิงสถิติ" ที่ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายแบบฟันธงได้
CoinJoin คืออะไร อธิบายให้คนเริ่มต้นเข้าใจ
CoinJoin เป็นเทคนิคที่ Gregory Maxwell หนึ่งในนักพัฒนา Bitcoin Core เสนอไว้ตั้งแต่ปี 2013 หลักการพื้นฐานง่ายมาก คือการรวมธุรกรรมของผู้ใช้หลายคนให้กลายเป็นธุรกรรมเดียวที่มีอินพุตหลายอันและเอาต์พุตหลายอัน เมื่อทุกเอาต์พุตมีจำนวนเท่ากันเป๊ะ ๆ คนที่นั่งดูอยู่ภายนอกจะไม่สามารถบอกได้ว่าอินพุตไหนของใคร และเอาต์พุตไหนเป็นปลายทางของอินพุตใด
ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่ามีคน 100 คนเอาเหรียญสิบบาทมาคนละหนึ่งเหรียญใส่กล่องเดียวกัน เขย่า ๆ แล้วทุกคนหยิบออกมาคนละหนึ่งเหรียญ เหรียญที่คุณหยิบได้อาจไม่ใช่เหรียญเดียวกับที่คุณใส่เข้าไป และไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าใครหยิบเหรียญของใคร นี่คือสัญชาตญาณเดียวกันกับที่ CoinJoin ใช้ เพียงแต่ทำในรูปแบบดิจิทัลและรับประกันด้วยคณิตศาสตร์ว่าไม่มีใครสามารถ "ขโมย" เหรียญในระหว่างขั้นตอนนี้ได้ เพราะธุรกรรมต้องถูกเซ็นโดยเจ้าของอินพุตทุกคนก่อนถึงจะ broadcast ขึ้นเครือข่ายได้
Wasabi Wallet เวอร์ชันแรก (1.x) ใช้โปรโตคอลที่ชื่อว่า ZeroLink ซึ่งกำหนดให้ทุกเอาต์พุตต้องมีจำนวนเท่ากันที่ 0.1 BTC ทำให้ผู้ใช้ที่มีเหรียญเศษ ๆ ใช้งานยาก แต่ในเวอร์ชัน 2.0 ที่ปล่อยช่วงกลางปี 2022 ทีมพัฒนาได้เปิดตัวโปรโตคอลรุ่นใหม่ชื่อ WabiSabi ซึ่งเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ จุดเด่นของ WabiSabi คือการรองรับเอาต์พุตจำนวนใด ๆ ก็ได้ (arbitrary denominations) โดยใช้เทคนิค Keyed-Verification Anonymous Credentials (KVAC) แทนการใช้ blind signature แบบเดิม ทำให้ผู้ใช้ที่มีเหรียญเศษ เช่น 0.0387 BTC หรือ 0.245 BTC ก็สามารถเข้าร่วม CoinJoin ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสะสมเหรียญให้ครบจำนวนกำหนด
นอกจากนี้ WabiSabi ยังลดเวลาในการประสานงานระหว่างผู้ใช้ ลดค่าธรรมเนียมต่อรอบ และเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมต่อรอบได้มากขึ้น โดยรอบ CoinJoin ทั่วไปบน Wasabi 2.x จะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100-150 อินพุตและสร้างเอาต์พุตหลายร้อยอันในธุรกรรมเดียว ทำให้ anonymity set หรือชุดของผู้ใช้ที่เอาต์พุตของคุณ "อาจเป็น" ของใครก็ได้ในนั้นมีขนาดใหญ่พอที่จะทำให้การวิเคราะห์ทำได้ยากมาก
วิธีดาวน์โหลด ติดตั้ง และตั้งค่า Wasabi Wallet สำหรับผู้ใช้ในไทย
ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งาน Wasabi Wallet สำหรับคนไทยมีรายละเอียดที่ต้องระมัดระวัง เพราะการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์กระเป๋าจากแหล่งที่ไม่ใช่ต้นทางอาจทำให้ติดมัลแวร์ที่ขโมย seed phrase ของคุณได้ ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนที่ปลอดภัยสำหรับการตั้งค่าครั้งแรก
ขั้นที่ 1 ดาวน์โหลดจากแหล่งที่ถูกต้อง ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ทางการของโครงการที่ wasabiwallet.io เท่านั้น อย่าค้นจาก Google แล้วคลิกลิงก์โฆษณาเด็ดขาด เพราะมีกรณีในต่างประเทศที่นักหลอกลวงซื้อโฆษณา Google Ads ขึ้นเหนือผลการค้นหาจริงและพาผู้ใช้ไปดาวน์โหลดเวอร์ชันปลอม ผู้ใช้คนไทยควรพิมพ์ URL ตรงในแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ และตรวจสอบใบรับรอง HTTPS ก่อนกดดาวน์โหลด รองรับทั้ง Windows, macOS และ Linux โดยไฟล์ติดตั้งมีขนาดประมาณ 100 MB
ขั้นที่ 2 ตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัลของไฟล์ นี่คือขั้นตอนที่ผู้ใช้คนไทยส่วนใหญ่มักข้าม แต่จริง ๆ แล้วสำคัญมาก หลังดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งและไฟล์ลายเซ็น .asc แล้ว ให้ใช้คำสั่ง gpg --verify เพื่อตรวจสอบว่าไฟล์ถูกเซ็นโดย key ของ zkSNACKs จริง ๆ ไม่ใช่ไฟล์ปลอม การข้ามขั้นตอนนี้เคยทำให้ผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูญเสียเหรียญหลายล้านบาทมาแล้วในช่วงปี 2023-2024
ขั้นที่ 3 สร้างกระเป๋าใหม่และจดบันทึก seed phrase เมื่อเปิดโปรแกรมครั้งแรก Wasabi จะให้คุณเลือกระหว่างสร้างกระเป๋าใหม่ หรือกู้คืนจาก seed phrase 12 คำตามมาตรฐาน BIP-39 แนะนำให้สร้างใหม่และจดคำทั้ง 12 คำลงในกระดาษหรือแผ่นโลหะกันไฟ อย่าถ่ายรูป อย่าเก็บใน Google Drive, iCloud หรือ LINE Keep เด็ดขาด เพราะข้อมูลในคลาวด์อาจถูกเข้าถึงจากบุคคลที่สามได้ และเคยมีคดีในไทยที่ผู้เสียหายเก็บ seed ไว้ในอีเมลแล้วถูกขโมยทั้งหมด
ขั้นที่ 4 ตั้งรหัสผ่านและเข้าใจระบบ passphrase Wasabi จะให้ตั้งรหัสผ่านเพิ่มจาก seed phrase ซึ่งจริง ๆ คือ "BIP-39 passphrase" หรือคำที่ 13 ที่ทำหน้าที่ขยาย entropy ของกระเป๋า ข้อสำคัญคือถ้าลืม passphrase นี้ คุณจะกู้คืนกระเป๋าไม่ได้แม้ว่าจะมี seed phrase 12 คำครบ ดังนั้นต้องเก็บแยกจาก seed แต่ในที่ที่ปลอดภัยและคุณเข้าถึงได้
ขั้นที่ 5 รอให้กระเป๋าซิงค์ Wasabi ใช้เทคนิค BIP-158 client-side block filtering ซึ่งโหลดเฉพาะ filter ของแต่ละบล็อกลงเครื่องผู้ใช้แล้วเช็คว่าบล็อกใดเกี่ยวข้องกับกระเป๋าก่อนถึงจะโหลดบล็อกเต็ม การซิงค์ครั้งแรกใช้เวลาประมาณ 15-30 นาทีบนเครื่องที่ใช้ SSD และต้องเปิดให้ Tor เชื่อมต่อให้สำเร็จก่อนเริ่มซิงค์ ผู้ใช้ในไทยที่อยู่ในพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตจำกัดอาจต้องตั้งค่า bridge ของ Tor เพิ่มเติม เพราะ ISP บางรายในไทย เช่น True และ AIS Fibre อาจ throttle การเชื่อมต่อ Tor โดยตรง
ขั้นตอนทำ CoinJoin บน Wasabi 2.0 แบบทีละขั้น
หลังจากตั้งค่ากระเป๋าเรียบร้อยและฝากบิตคอยน์เข้ามาแล้ว ขั้นตอนการทำ CoinJoin บน Wasabi 2.0 ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายกว่าเวอร์ชันเก่ามาก เพราะระบบจะทำงานอัตโนมัติเป็นส่วนใหญ่ ไม่ต้องเลือกแต่ละรอบเอง
เริ่มจากเปิดกระเป๋าที่ต้องการ CoinJoin จากนั้นไปที่แท็บ "Coinjoin" หรือสัญลักษณ์ที่คล้ายส้อมรวมเส้น ระบบจะแสดงสถานะปัจจุบันของ anonymity score ของกระเป๋าและจำนวน BTC ที่ยัง "ไม่ได้ผสม" ในเวอร์ชัน 2.x ผู้ใช้สามารถเปิดสวิตช์ "Automatically start coinjoin" ได้ ซึ่งจะทำให้ Wasabi เข้าร่วมรอบ CoinJoin ใหม่โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่มี UTXO ที่ยังไม่ได้ผสม
ผู้ใช้ต้องเลือก "anonymity target" ซึ่งเป็นเป้าหมายว่าต้องการให้เหรียญผ่านการผสมจนได้ anonymity set ขนาดเท่าใด ค่าเริ่มต้นคือ 5 ซึ่งหมายความว่าเหรียญของคุณจะถูก mix จนกระทั่งแต่ละเอาต์พุตมีโอกาสเป็นของผู้ใช้คนใดคนหนึ่งจากอย่างน้อย 5 คนในกลุ่ม สำหรับผู้ใช้ที่จริงจังเรื่องความเป็นส่วนตัวอาจตั้งเป้าหมายไว้ที่ 50 หรือสูงกว่า ซึ่งอาจต้องรอผสมหลายรอบและเสียค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 0.3-0.5% ของยอดเหรียญ
ค่าธรรมเนียม CoinJoin บน Wasabi 2.0 แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือ mining fee หรือค่าธรรมเนียมเครือข่ายที่จ่ายให้ miner เพื่อยืนยันธุรกรรม ซึ่งขึ้นกับความหนาแน่นของ mempool ในขณะนั้น ในช่วงปี 2026 ที่อยู่หลัง halving ครั้งที่ 5 ค่าธรรมเนียมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20-50 sat/vB ส่วนที่สองคือ coordinator fee ซึ่ง zkSNACKs เก็บ 0.3% จากแต่ละรอบที่เอาต์พุตของคุณมีค่ามากกว่า 0.01 BTC สำหรับเอาต์พุตที่เล็กกว่านี้จะได้ฟรี
| ระดับ Anonymity Target | จำนวนรอบโดยประมาณ | เวลาที่ใช้ | ค่าธรรมเนียมรวม | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|---|
| 5 (เริ่มต้น) | 1-2 รอบ | 2-6 ชั่วโมง | 0.1-0.2% | ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความเป็นส่วนตัวพื้นฐาน |
| 20 | 3-5 รอบ | 12-24 ชั่วโมง | 0.2-0.3% | ผู้ที่ถือเหรียญระยะกลาง |
| 50 | 5-10 รอบ | 1-3 วัน | 0.3-0.5% | ผู้ที่จริงจังเรื่องความเป็นส่วนตัวระยะยาว |
| 100+ | 10+ รอบ | 3-7 วัน | 0.5-1% | นักข่าว นักเคลื่อนไหว ผู้ทำงานในประเด็นอ่อนไหว |
หลังจากเปิดให้ Wasabi เริ่มทำ CoinJoin ผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพียงเปิดโปรแกรมทิ้งไว้และให้คอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ระบบจะเข้าร่วมรอบใหม่ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมงเมื่อมีผู้ใช้ครบจำนวนขั้นต่ำ และจะรายงานความคืบหน้าให้ดูได้ตลอด เมื่อเหรียญของคุณถึง anonymity target ที่ตั้งไว้ Wasabi จะหยุดผสมเหรียญเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ และจะแสดงสัญลักษณ์โล่สีเขียวให้ในแท็บ Coins
ข้อควรระวังหลังทำ CoinJoin คือ อย่ารวมเหรียญที่ผ่าน CoinJoin แล้วกับเหรียญที่ยังไม่ได้ผสม ในธุรกรรมเดียวกัน เพราะจะทำให้ความเป็นส่วนตัวที่อุตส่าห์สร้างมาพังทันที สาเหตุคือถ้าธุรกรรมใช้อินพุตทั้งสองประเภท ผู้วิเคราะห์เชนจะสรุปได้ว่าเหรียญทั้งหมดเป็นของบุคคลเดียวกัน Wasabi มีฟีเจอร์ coin control ที่ให้ผู้ใช้เลือก UTXO ที่จะใช้ในแต่ละธุรกรรมได้เอง ควรใช้ฟีเจอร์นี้ทุกครั้งและตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้แต่เหรียญที่ผสมแล้วเมื่อต้องการส่งออก
กฎหมาย ภาษี และความเสี่ยงที่คนไทยต้องรู้ก่อนใช้ CoinJoin
แม้ว่าการใช้ Wasabi Wallet หรือเทคนิค CoinJoin โดยตัวมันเองจะไม่ผิดกฎหมายในประเทศไทย เพราะไม่มีกฎหมายฉบับใดของไทย ไม่ว่าจะเป็นพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 หรือพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ที่ห้ามผู้ใช้ทั่วไปจัดเก็บหรือโอนคริปโตในกระเป๋าส่วนตัวแบบ non-custodial แต่ก็มีรายละเอียดทางกฎหมายและภาษีที่ผู้ใช้ต้องเข้าใจให้ครบถ้วน
ในด้านภาษี กรมสรรพากรกำหนดชัดเจนตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2561 ว่ากำไรจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4) ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% สำหรับกำไรที่เกิดขึ้น สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การโอนเหรียญเข้ากระเป๋าส่วนตัวของตัวเองไม่ถือเป็นการขายหรือแลกเปลี่ยน จึงไม่เกิดภาระภาษี ณ จุดนั้น และการทำ CoinJoin ก็เช่นเดียวกัน เพราะเป็นการโอนเหรียญของตัวเองภายในกระเป๋าของตัวเอง แม้จะมี input output หลายอันก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ในมุมของสำนักงาน ปปง. ตามแนวทาง FATF Travel Rule ที่ไทยรับมาใช้ตั้งแต่ปี 2565 ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยต้องเก็บข้อมูลทั้งผู้ส่งและผู้รับสำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าเกิน 50,000 บาท นั่นหมายความว่าหากคุณถอนเหรียญจาก Bitkub มาที่กระเป๋า Wasabi แล้วทำ CoinJoin จากนั้นส่งกลับเข้า exchange ในไทยอีกครั้ง exchange ปลายทางอาจตั้งคำถามถึงที่มาของเหรียญ และในบางกรณีอาจปฏิเสธการรับฝากหากตรวจพบว่าเหรียญผ่าน CoinJoin มาจริง
ในปี 2024 มีรายงานจากผู้ใช้บางรายที่ฝากเหรียญที่ผ่าน Wasabi เข้า Binance Global แล้วถูกระงับบัญชีและขอเอกสารพิสูจน์ที่มาของทุน แม้ว่าจะมีคำชี้แจงในภายหลังว่า Binance ผ่อนปรนนโยบายลงในบางตลาด แต่ความเสี่ยงนี้ก็ยังคงอยู่สำหรับ exchange ขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้กำกับของหน่วยงานในสหภาพยุโรปและสหรัฐ ผู้ใช้คนไทยควรพิจารณาว่าจะใช้เหรียญที่ผ่าน CoinJoin กับช่องทางใด หากต้องการขายกลับเป็นเงินบาท การใช้บริการ P2P ผ่าน Binance P2P หรือ Bitazza P2P อาจเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงการตั้งคำถามจาก compliance team ได้ดีกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องการได้คู่ค้าที่ไม่น่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ คดี Samourai Wallet ในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนเมษายน 2024 ที่ผู้ก่อตั้งถูกจับกุมในข้อหาให้บริการ money transmitter โดยไม่มีใบอนุญาตและสมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน รวมถึงการที่ทาง Wasabi เองได้ปิดบริการ coordinator กลางในช่วงเดือนมิถุนายน 2024 ก่อนกลับมาเปิดผ่าน coordinator อิสระอื่น ๆ ในภายหลัง ส่งผลให้ภูมิทัศน์ของ CoinJoin ในตลาดโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ใช้ในไทยที่จะใช้ Wasabi ต้องตรวจสอบเสมอว่ากำลังใช้ coordinator ใด และ coordinator นั้นยังเปิดให้บริการอยู่หรือไม่
ความเสี่ยงอีกประการที่สำคัญคือเรื่อง operational security หรือ OpSec ของผู้ใช้เอง การมีกระเป๋าที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวบนเชนนั้นไม่ได้ช่วยอะไรหากคุณ post ที่อยู่กระเป๋าใน Twitter ของตัวเอง หรือคุยเรื่องการโอนเหรียญในกลุ่ม LINE ที่มีคนอื่นอ่านได้ การวิเคราะห์ off-chain เช่นการดูพฤติกรรมการโพสต์ การวิเคราะห์เวลาที่ทำธุรกรรม การเชื่อมโยงกับบัญชี exchange ที่ KYC แล้ว สามารถทำลายความเป็นส่วนตัวที่ CoinJoin มอบให้ได้อย่างสมบูรณ์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Wasabi Wallet และ CoinJoin
Wasabi Wallet ผิดกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่
การดาวน์โหลดและใช้งาน Wasabi Wallet เพื่อจัดเก็บบิตคอยน์ของตนเองไม่ผิดกฎหมายในประเทศไทย ไม่มีกฎหมายฉบับใดของไทยที่ห้ามการใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลแบบ non-custodial หรือการทำ CoinJoin โดยตรง อย่างไรก็ตาม การใช้งานต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายอื่น เช่น การยื่นภาษีเงินได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด และการไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงินหรือการหลีกเลี่ยงภาษี
ค่าธรรมเนียม CoinJoin บน Wasabi 2.0 เท่าไหร่
ค่าธรรมเนียมรวมประกอบด้วยสองส่วน คือ mining fee ที่จ่ายให้เครือข่าย Bitcoin ซึ่งขึ้นกับความหนาแน่นของ mempool ในขณะนั้น และ coordinator fee 0.3% ที่ zkSNACKs เก็บจากเอาต์พุตที่มีค่ามากกว่า 0.01 BTC โดยรวมแล้วผู้ใช้ทั่วไปที่ทำ CoinJoin จนถึง anonymity target 5 จะเสียประมาณ 0.1-0.2% ของยอดเหรียญ และจนถึง 50 จะอยู่ที่ 0.3-0.5%
หลังทำ CoinJoin แล้วเหรียญจะติดตามไม่ได้เลยใช่หรือไม่
ไม่ใช่ทั้งหมด CoinJoin เพิ่มความคลุมเครือให้กับเอาต์พุต ทำให้การวิเคราะห์เชนยากขึ้นและมีต้นทุนสูงขึ้นมาก แต่ไม่ได้ทำให้ติดตามไม่ได้ 100% บริษัทวิเคราะห์เชนสมัยใหม่อย่าง Chainalysis และ Elliptic ยังสามารถใช้ heuristic บางอย่าง เช่น CoinJoin sudoku, timing analysis และการเชื่อมโยงกับธุรกรรม off-chain เพื่อสร้าง probabilistic link ได้ในระดับหนึ่ง การปกป้องความเป็นส่วนตัวที่แท้จริงต้องมาจากการใช้ CoinJoin ร่วมกับ OpSec ที่ดี
Wasabi ต่างจาก Samourai Wallet ที่ถูกปิดไปอย่างไร
Wasabi ใช้โปรโตคอล WabiSabi ที่เป็น centralized coordinator ขณะที่ Samourai ใช้โปรโตคอล Whirlpool ที่มีรูปแบบการรวมเหรียญแตกต่างกัน Samourai ปิดให้บริการตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 หลังจากผู้ก่อตั้งถูกจับกุมในสหรัฐ ส่วน Wasabi ยังเปิดให้บริการอยู่แต่ผ่าน coordinator อื่นนอกจาก zkSNACKs ผู้ใช้ในไทยที่เคยใช้ Samourai สามารถย้ายมาใช้ Wasabi หรือทางเลือกอื่นเช่น JoinMarket ได้
ต้องใช้ Bitcoin Core หรือโหนดของตัวเองหรือไม่
ไม่จำเป็น Wasabi รองรับการทำงานทั้งสองโหมด คือเชื่อมต่อกับโหนดของ zkSNACKs ผ่าน Tor (ค่าเริ่มต้น) หรือเชื่อมกับ Bitcoin Core ที่รันบนเครื่องของผู้ใช้เอง ผู้ใช้ที่จริงจังเรื่องความเป็นส่วนตัวระดับสูงควรรันโหนดของตัวเองเพื่อตัดความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์จะสามารถทำ chain analysis ในส่วนของผู้ใช้คนนั้นได้ แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปการเชื่อมต่อผ่าน Tor ก็ให้ความเป็นส่วนตัวที่เพียงพอแล้ว
ขั้นต่ำในการเริ่มทำ CoinJoin คือเท่าไหร่
Wasabi 2.0 รองรับเอาต์พุตจำนวนใดก็ได้ แต่ในทางปฏิบัติ ขั้นต่ำที่ใช้งานได้คุ้มค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ประมาณ 0.005 BTC ขึ้นไป สำหรับเหรียญที่น้อยกว่านี้ ค่า mining fee ในแต่ละรอบอาจกินสัดส่วนใหญ่ของยอดทำให้ไม่คุ้ม แนะนำให้สะสมเหรียญในกระเป๋าให้ได้อย่างน้อย 0.01 BTC ก่อนเริ่มทำ CoinJoin ครั้งแรก
สามารถใช้ Wasabi กับ hardware wallet ได้หรือไม่
ได้ Wasabi รองรับ hardware wallet หลายยี่ห้อ เช่น Ledger Nano S/X, Trezor Model T, Coldcard และ BitBox02 ผู้ใช้สามารถนำเข้ากระเป๋าจาก hardware wallet มาทำ CoinJoin ผ่าน Wasabi ได้ ขั้นตอนจะซับซ้อนกว่ากระเป๋าซอฟต์แวร์เล็กน้อย เพราะต้องมีการเซ็นธุรกรรมหลายครั้งบน hardware device แต่ก็ปลอดภัยกว่าในแง่ที่ private key ไม่ออกจากอุปกรณ์เลย
บทสรุปสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย
Wasabi Wallet เป็นเครื่องมือทรงพลังสำหรับผู้ที่ต้องการปกป้องความเป็นส่วนตัวบนเครือข่าย Bitcoin ผ่านเทคนิค CoinJoin ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2018 จนถึงเวอร์ชัน 2.x ที่ใช้โปรโตคอล WabiSabi ในปัจจุบัน สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทยที่ถือบิตคอยน์ในระยะยาว การใช้ Wasabi หลังถอนเหรียญออกจาก exchange ในประเทศเป็นแนวทางที่หลายคนเลือกใช้เพื่อตัดสายสัมพันธ์ระหว่างตัวตนทาง KYC กับ UTXO ที่ถือครอง
อย่างไรก็ตาม การใช้งาน Wasabi ต้องอาศัยความเข้าใจในหลายมิติ ตั้งแต่ขั้นตอนความปลอดภัยในการดาวน์โหลดและจัดเก็บ seed phrase การเข้าใจหลักการ coin control เพื่อไม่ให้ความเป็นส่วนตัวที่อุตส่าห์สร้างขึ้นพังในการใช้งานครั้งเดียว ไปจนถึงการตระหนักว่า CoinJoin ไม่ใช่ยาวิเศษและต้องใช้คู่กับ OpSec ที่ดี
ในด้านกฎหมายไทย การใช้ Wasabi ไม่ผิดกฎหมายโดยตัวมันเอง แต่ผู้ใช้ต้องยื่นภาษีเงินได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนดสำหรับกำไรจากการขายบิตคอยน์ และต้องเข้าใจว่าการนำเหรียญที่ผ่าน CoinJoin กลับเข้า exchange ทั้งในและต่างประเทศอาจถูกตั้งคำถามจาก compliance team ในบางกรณี
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ขั้นแรกที่ควรทำคือดาวน์โหลด Wasabi จากเว็บไซต์ทางการ ตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัล สร้างกระเป๋าใหม่ และทดลองทำ CoinJoin ด้วยจำนวนเล็ก ๆ ก่อน เช่น 0.005-0.01 BTC เพื่อทำความคุ้นเคยกับ user interface ก่อนจะใช้กับยอดเงินที่มีนัยสำคัญ และที่สำคัญที่สุดคือการศึกษาความเสี่ยงและข้อจำกัดทั้งหมดให้เข้าใจครบถ้วน ก่อนตัดสินใจใช้เครื่องมือนี้กับเงินออมหลักของตัวเอง การปกป้องความเป็นส่วนตัวบนเชนเป็นสิทธิที่พึงมี แต่ก็มาพร้อมความรับผิดชอบในการใช้งานอย่างถูกต้องและภายใต้กรอบกฎหมาย