MoneroSwapper MoneroSwapper

ภาษี Mining คริปโต ไทย 2026: ยื่นยังไงให้ถูกต้อง

MoneroSwapper · · 2 min read · 2 views

ภาษี Mining คริปโต ไทย 2026: ยื่นยังไงให้ถูกต้องตามกรมสรรพากร

ในปี 2026 นักขุดคริปโตในประเทศไทยอยู่ในจุดที่กรมสรรพากรจับตามากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี หลังจากที่กรมสรรพากรประกาศแนวทางใหม่ในการเก็บข้อมูลธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลจากศูนย์ซื้อขาย (Exchange) ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ทุกแห่ง รวมถึง Bitkub, Satang Pro, Zipmex (หลังฟื้นฟู) และ Orbix ทำให้ข้อมูลเงินเข้า–ออกของกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับบัตรประชาชนถูกส่งตรงถึงระบบ My Tax Account แบบอัตโนมัติ หากคุณเป็นเจ้าของริก ASIC ขุด Bitcoin หรือเครื่องการ์ดจอขุดเหรียญอย่าง Ethereum Classic, Ravencoin หรือเหรียญที่เน้นความเป็นส่วนตัวอย่าง Monero การยื่นภาษีปี 2026 ไม่เหมือนปีก่อน ๆ อีกต่อไป

บทความนี้สรุปทุกขั้นตอนตามหลักประมวลรัษฎากร พระราชกำหนดสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) คำสั่งกรมสรรพากร ป.151/2565 รวมถึงประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยการยกเว้น VAT สำหรับธุรกรรมคริปโตที่ยังมีผลใช้ในรอบบัญชี 2025 (ยื่นต้นปี 2026) พร้อมตัวอย่างจริง การคำนวณต้นทุน FIFO การกรอกแบบ ภ.ง.ด. 90 และทางเลือกสำหรับนักขุดที่ใช้บริการสลับเหรียญแบบไม่ต้อง KYC อย่าง MoneroSwapper เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวระดับ on-chain โดยไม่ทิ้งร่องรอยที่ทำให้ภาระภาษีพอกพูนเกินจำเป็น

ทำไมปี 2026 ถึงเป็นจุดเปลี่ยนของนักขุดคริปโตไทย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 ประเทศไทยเข้าสู่กรอบการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีอัตโนมัติของ OECD ที่เรียกว่า CARF (Crypto-Asset Reporting Framework) ทำให้ Exchange ที่จดทะเบียนในไทยต้องส่งรายงานยอดธุรกรรมประจำปีให้กรมสรรพากรภายในเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป รอบรายงานแรกที่ครอบคลุมข้อมูลตลอดปี 2025 จะถูกส่งในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งหมายความว่าทุกการถอนเหรียญที่ขุดได้ออกจาก Pool ไปยังกระเป๋าส่วนตัว แล้วโอนเข้า Exchange ไทยเพื่อแลกเป็นเงินบาท จะถูกจับคู่กับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคุณโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ในรอบบัญชี 2025 ที่จะยื่นภาษีต้นปี 2026 ยังมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 เรื่องที่นักขุดต้องเข้าใจให้ลึก

  • การยกเว้น VAT 7% ขยายเวลาถาวร: ประกาศกระทรวงการคลังขยายการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลผ่าน Exchange ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. โดยไม่มีกำหนดสิ้นสุด ทำให้การขายเหรียญที่ขุดได้ใน Exchange ไทยไม่ต้องบวก VAT แต่กำไรยังคงเสียภาษีเงินได้
  • หัก ณ ที่จ่าย 15% ที่หายไป: ตามคำสั่งกรมสรรพากร ป.151/2565 การหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% สำหรับกำไรจากคริปโตยังถูกระงับการบังคับใช้สำหรับธุรกรรมในศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต แต่ผู้มีเงินได้ยังต้องนำกำไรทั้งหมดมารวมคำนวณภาษีปลายปีอยู่ดี
  • การยอมรับการหักขาดทุน: ตั้งแต่ปีภาษี 2023 เป็นต้นมา ผู้เสียภาษีสามารถนำผลขาดทุนจากการขายคริปโตในปีเดียวกันมาหักกลบกับกำไรจากเหรียญอื่นได้ภายในรอบบัญชีเดียวกันเท่านั้น ไม่สามารถยกยอดข้ามปีไปได้

สำหรับนักขุด สิ่งที่ต้องระวังคือ กรมสรรพากรถือว่ารายได้จากการขุดเป็น "เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8)" หรือเงินได้ประเภทที่ 8 ซึ่งเป็นกลุ่มเงินได้จากการประกอบธุรกิจ การพาณิชย์ หรือเงินได้อื่นที่ไม่เข้าประเภท 1-7 จุดสำคัญคือ มาตรา 40(8) อนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการลดภาระภาษีอย่างถูกกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าไฟฟ้าที่เป็นต้นทุนใหญ่ที่สุดของฟาร์มขุดในไทย

โครงสร้างภาษีนักขุดคริปโตไทยในปี 2026

การเข้าใจว่าใครต้องเสียภาษีอะไรบ้างเป็นเรื่องที่ต้องแยกให้ชัด เพราะนักขุดคนหนึ่งอาจมีหน้าที่ทางภาษีหลายชั้นพร้อมกัน ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล (กรณีจดบริษัท) และภาระทางบัญชีอื่น ๆ ที่เกิดจากการเชื่อมกับ Exchange ในประเทศ

1. รายได้จากการขุด (Mining Reward)

เมื่อ Pool ที่คุณเข้าร่วม เช่น F2Pool, ViaBTC, NiceHash หรือ MineXMR (สำหรับ Monero) จ่ายค่าตอบแทนเป็นเหรียญเข้ากระเป๋าของคุณ กรมสรรพากรถือว่าเป็นเงินได้ ณ วินาทีที่ได้รับ มูลค่าที่ใช้คำนวณคือราคาตลาดยุติธรรม (Fair Market Value) เป็นบาท ณ วันและเวลาที่เหรียญเข้ากระเป๋า ราคานี้แนะนำให้ใช้ราคาเฉลี่ยจาก Exchange ไทยที่อ้างอิงได้ เช่น Bitkub หรือใช้ราคาจาก CoinGecko/CoinMarketCap แปลงเป็นบาทตามอัตรา USD/THB ของธนาคารแห่งประเทศไทย

2. กำไรจากการขายเหรียญที่ขุดได้

เมื่อคุณขายเหรียญที่ขุดได้ออกไปเป็นบาท กำไร = ราคาขาย − ต้นทุน โดย "ต้นทุน" คือมูลค่าที่ใช้รับรู้รายได้ตอนได้รับเหรียญจาก Pool บวกค่าใช้จ่ายในการรับโอนที่พิสูจน์ได้ ส่วนต่างนี้ถือเป็นกำไรจากการจำหน่ายคริปโต และต้องนำมารวมในเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ฌ) แต่ถ้าคุณทำในนามธุรกิจขุด (มีฟาร์มเป็นกิจการ) จะรวมเข้ามาตรา 40(8) ตามแนวประกอบธุรกิจแทน

3. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราขั้นบันได

นักขุดบุคคลธรรมดาจะเสียภาษีตามอัตราขั้นบันไดของไทย ซึ่งในปีภาษี 2025 (ยื่นปี 2026) ยังคงอัตราเดิม ดังนี้

เงินได้สุทธิต่อปี (บาท)อัตราภาษีภาษีสะสมสูงสุดในขั้น
0 – 150,000ยกเว้น0
150,001 – 300,0005%7,500
300,001 – 500,00010%27,500
500,001 – 750,00015%65,000
750,001 – 1,000,00020%115,000
1,000,001 – 2,000,00025%365,000
2,000,001 – 5,000,00030%1,265,000
5,000,001 ขึ้นไป35%

หากกิจการขุดของคุณมีรายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และคุณรับชำระเงินจากบุคคลภายนอกในรูปบริการ (เช่น Hosting ขายแรงขุด หรือรับฝากเครื่องลูกค้า) อาจเข้าเกณฑ์ต้องจด VAT แต่หากเป็นเพียงการขุดเข้ากระเป๋าตัวเองและขายในศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ธุรกรรมเองได้รับการยกเว้น VAT อยู่แล้ว

การคำนวณต้นทุน: FIFO กับวิธีถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่

กรมสรรพากรอนุญาตให้ใช้วิธีการคำนวณต้นทุนแบบเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) หรือถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ก็ได้ แต่ต้องใช้วิธีเดียวกันตลอดปีภาษีและต้องใช้กับทุกเหรียญในประเภทเดียวกัน ห้ามเลือกใช้คนละวิธีระหว่างเหรียญเพื่อหวังลดภาษี วิธีที่นักขุดส่วนใหญ่ในไทยนิยมคือ FIFO เพราะตรงกับวิธีบันทึกของ Bitkub Tax Report ที่ดึงออกมาเป็น CSV ได้โดยตรง

ตัวอย่างจริง: นักขุด Bitcoin รายย่อย

สมมุติว่าคุณ "เอ" ตั้งฟาร์มขุด ASIC 6 เครื่องในจังหวัดเลย ใช้ไฟอุตสาหกรรมจาก กฟภ. ตลอดปี 2025 คุณได้รับ Bitcoin จาก Pool รวม 0.12 BTC ในวันที่แตกต่างกัน โดยราคาเฉลี่ยที่รับรู้ตอนได้รับเหรียญคำนวณได้ 2,640,000 บาท ในเดือนพฤศจิกายน 2025 คุณขาย 0.08 BTC ที่ราคา 2,450,000 บาท/BTC รวมเป็น 196,000 บาท ในขณะที่ต้นทุน FIFO ของ 0.08 BTC แรกอยู่ที่ 160,000 บาท

กำไรจากการขาย = 196,000 − 160,000 = 36,000 บาท ส่วนเหรียญที่เหลือ 0.04 BTC ยังไม่ขาย ไม่ต้องเสียภาษี กำไร 36,000 บาทรวมกับรายได้จากการขุดที่ยังไม่ได้ขาย (รายได้รับรู้แล้วตอนรับเหรียญจาก Pool) ส่วนค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าเช่าโกดัง ค่าเสื่อมเครื่อง ASIC สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายตามจริงในมาตรา 40(8) ได้

คำเตือนสำคัญ: ทุกครั้งที่โอนเหรียญระหว่างกระเป๋าของตัวเอง ไม่ถือเป็นการขายและไม่ต้องเสียภาษี แต่ต้องบันทึก TxID ไว้พิสูจน์ว่าเป็นกระเป๋าของบุคคลเดียวกัน หากกรมสรรพากรเรียกตรวจ การไม่มีหลักฐานอาจถูกตีความเป็นการจำหน่ายและเสียภาษีเต็มมูลค่า

ขั้นตอนการยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90 สำหรับนักขุดบุคคลธรรมดา

ปีภาษี 2025 ยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 กำหนดสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 (ยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่) หรือ 8 เมษายน 2026 (ยื่นออนไลน์ผ่าน E-Filing) นักขุดทุกคนที่มีรายได้จากการขายคริปโตหรือได้รับเหรียญจาก Pool ต้องใช้แบบ ภ.ง.ด. 90 (ไม่ใช่ ภ.ง.ด. 91 เพราะ 91 ใช้สำหรับมนุษย์เงินเดือนล้วน) ขั้นตอนการยื่นมีดังนี้

  1. เข้าระบบ E-Filing ที่ efiling.rd.go.th ลงชื่อเข้าใช้ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (เลขบัตรประชาชน) และรหัสผ่าน หากใช้ครั้งแรกต้องลงทะเบียนผ่านการยืนยันตัวตน NDID หรือไปที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่
  2. เลือก "ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90" แล้วเข้าหน้าข้อมูลเงินได้
  3. กรอกเงินได้จากการขุดและจำหน่ายคริปโตที่ช่อง "เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ฌ)" สำหรับกำไรจากการขายเหรียญใน Exchange ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือช่อง "มาตรา 40(8) เงินได้จากการประกอบธุรกิจอื่น" หากคุณทำเป็นธุรกิจขุดเต็มรูปแบบ
  4. ในส่วนค่าใช้จ่ายของมาตรา 40(8) สามารถเลือกหักแบบเหมา 60% หรือหักตามจริง การหักตามจริงต้องมีเอกสารยืนยัน เช่น ใบเสร็จค่าไฟจาก กฟภ./MEA ใบเสร็จซื้อเครื่อง ASIC สัญญาเช่าพื้นที่
  5. กรอกเงินได้อื่น ๆ ในปีเดียวกัน เช่น เงินเดือน เงินปันผล ดอกเบี้ย ตลอดจนค่าลดหย่อน (ส่วนตัว 60,000 บาท คู่สมรส บุตร RMF SSF ประกันชีวิต ฯลฯ)
  6. ระบบจะคำนวณภาษีอัตโนมัติ ตรวจสอบยอดให้ตรงกับเอกสารของคุณ แล้วเลือกวิธีชำระภาษี: ผ่าน ATM, Mobile Banking PromptPay (บาร์โค้ดสรรพากร), หรือผ่อนชำระสูงสุด 3 งวด (กรณียอดภาษีเกิน 3,000 บาท)
  7. เก็บใบยืนยันการยื่นและสลิปชำระไว้อย่างน้อย 5 ปี กรมสรรพากรมีอำนาจเรียกตรวจย้อนหลังได้

หากคุณเป็นเจ้าของนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นบริษัทเหมืองขุดดิจิทัล จะต้องยื่น ภ.ง.ด. 50 พร้อมงบการเงินที่ผ่านการสอบบัญชี ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี ในกรณีนี้รายได้และค่าใช้จ่ายต้องบันทึกตามมาตรฐานบัญชี TFRS for NPAEs หรือมาตรฐานที่ DBD กำหนด

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น

การไม่มีเอกสารคือสาเหตุอันดับหนึ่งที่นักขุดถูกประเมินภาษีเพิ่มเติม ในปี 2026 ที่กรมสรรพากรจับคู่ข้อมูลจาก Exchange ได้แม่นยำมากขึ้น การเตรียมไฟล์ให้ครบเป็นเรื่องที่ห้ามมองข้าม รายการที่ควรเตรียมประกอบด้วย

  • รายงานธุรกรรมจาก Exchange ไทย: Bitkub, Orbix, Satang มีฟีเจอร์ดาวน์โหลด "Tax Report" หรือ Transaction History ทั้งปีในรูปแบบ CSV/Excel ดาวน์โหลดทันทีและเก็บไว้สำเนาคู่
  • รายงานจาก Pool ขุด: ส่วนใหญ่ Pool จะมีหน้า Payout History ย้อนหลังอย่างน้อย 1 ปี บันทึกหน้าจอหรือ Export เป็น CSV เพื่อใช้พิสูจน์วันและจำนวนเหรียญที่ได้รับ
  • ใบเสร็จค่าไฟฟ้า: บิลจาก กฟภ. หรือ MEA ทุกเดือน รวมถึงสัญญา TOU หากใช้ไฟอุตสาหกรรมอัตรา TOU เพื่อยืนยันว่าเป็นไฟที่ใช้กับเครื่องขุด ไม่ใช่ไฟครัวเรือนปกติ
  • ใบกำกับภาษีซื้อเครื่อง: ใบกำกับภาษีของเครื่อง ASIC, GPU, PSU, เครื่องปรับอากาศ, ระบบระบายความร้อน ใช้คำนวณค่าเสื่อมตามวิธีเส้นตรง 5 ปีสำหรับ ASIC, 5 ปีสำหรับ GPU
  • สัญญาเช่าพื้นที่/โกดัง: สัญญาเช่าระบุชัดว่าใช้สำหรับวางเครื่องขุด หากเช่าจากบุคคลธรรมดาควรหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% (สำหรับค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์)
  • ที่อยู่กระเป๋า (Wallet Address) ทั้งหมด: ระบุชัดว่ากระเป๋าใดเป็นของคุณ ใช้รับจาก Pool ใด ส่งไปที่ Exchange ใด เพื่อพิสูจน์เส้นทางเหรียญ

ความเป็นส่วนตัวกับภาระภาษี: ทางสายกลางที่ถูกกฎหมาย

หนึ่งในประเด็นที่นักขุดในไทยถามมากที่สุดในปี 2026 คือ "ถ้าฉันขุด Monero หรือเหรียญ Privacy อื่น ๆ ที่ไม่เปิดเผยที่อยู่กระเป๋า ฉันยังต้องเสียภาษีไหม" คำตอบสั้น ๆ คือ "ต้อง" หน้าที่เสียภาษีเกิดจากการมีเงินได้ ไม่ใช่จากความสามารถของระบบในการตรวจสอบ การหลีกเลี่ยงโดยอาศัยความไม่ตรวจสอบได้คือการเลี่ยงภาษี ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร โทษทั้งจำและปรับ

อย่างไรก็ตาม การรักษาความเป็นส่วนตัวระดับ on-chain เพื่อป้องกันการถูกติดตามจากบุคคลที่สามที่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ เช่น แฮกเกอร์หรือผู้ไม่หวังดี เป็นเรื่องที่ทำได้และไม่ขัดต่อกฎหมาย หากนักขุดเหรียญ Bitcoin ต้องการลดความเสี่ยงในการถูก Address Clustering หลังจากถอนจาก Pool บางคนเลือกแลก BTC ที่ขุดได้บางส่วนเป็น Monero ผ่านบริการสลับเหรียญแบบไม่ต้อง KYC อย่าง MoneroSwapper เพื่อให้ได้คุณสมบัติของ RingCT, Stealth Address และ Bulletproofs+ ที่ทำให้ที่อยู่กระเป๋าและจำนวนเหรียญถูกซ่อนตาม Protocol

หลักการสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การแลกเหรียญรูปแบบ Coin-to-Coin (เช่น BTC เป็น XMR) ในไทยถือเป็นการจำหน่ายและซื้อใหม่ในวันเดียวกัน กำไร/ขาดทุน ณ จุดแลกต้องบันทึก แต่ตัว Protocol ของ Monero ที่ซ่อนยอดและที่อยู่ ไม่ได้ทำให้คุณ "ไม่ต้องเสียภาษี" คุณยังต้องบันทึกราคา BTC ตอนแลก และราคา XMR ตอนได้รับ เพื่อใช้คำนวณกำไร/ขาดทุนในเอกสารส่วนตัว แม้ Blockchain จะไม่แสดงให้บุคคลอื่นเห็นก็ตาม

หลักง่าย ๆ: ความเป็นส่วนตัว ≠ การหลีกเลี่ยงภาษี การยื่นภาษีให้ถูกต้องบนเหรียญ Privacy ทำให้คุณนอนหลับสบายและยังคงรักษาคุณสมบัติ Fungibility ที่ทำให้เหรียญของคุณไม่ถูกแบนเข้าตลาดหรือถูกอายัดในอนาคต

ค่าปรับและความเสี่ยงหากไม่ยื่นหรือยื่นไม่ครบ

กรมสรรพากรมีอำนาจประเมินภาษีย้อนหลังได้ 5 ปี (10 ปีหากพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาหลีกเลี่ยง) ค่าปรับและเงินเพิ่มที่นักขุดต้องเสี่ยงหากไม่ยื่นมีดังนี้

  • เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน: คิดจากยอดภาษีที่ต้องชำระ นับตั้งแต่วันถัดจากกำหนดยื่น สูงสุดไม่เกินยอดภาษีตั้งต้น
  • เบี้ยปรับ 1 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ: หากเจ้าหน้าที่ออกหนังสือเตือนแล้วยังไม่ยื่น และ 2 เท่าหากตรวจพบว่าจงใจไม่ยื่นหรือสำแดงเท็จ
  • ค่าปรับอาญา: กรณีไม่ยื่นแบบ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทต่อแบบ และกรณีหลีกเลี่ยงด้วยเจตนาทุจริต มีโทษจำคุก 3 เดือนถึง 7 ปี ปรับ 2,000 ถึง 200,000 บาท
  • การอายัดกระเป๋าใน Exchange: กรมสรรพากรสามารถใช้คำสั่งอายัดสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาตได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านศาลในกรณีหนี้ภาษีค้างชำระ

กรณีศึกษา: นักขุด Ravencoin ที่ตั้งฟาร์มในเชียงใหม่

คุณ "บี" ตั้งฟาร์มขุด Ravencoin ด้วยการ์ดจอ RTX 3070 จำนวน 40 ใบ ในโกดังเช่าย่านสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ใช้ไฟอัตรา TOU จาก กฟภ. ตลอดปี 2025 มีรายละเอียดดังนี้

  • รายได้จากการขุด RVN รับรู้มูลค่าตอนได้รับ ณ ราคา ณ วันที่รับเข้ากระเป๋า รวม 580,000 บาท
  • ขายเหรียญ RVN ใน Bitkub ในปีเดียวกัน 420,000 บาท ต้นทุนตามวิธี FIFO = 380,000 บาท → กำไร 40,000 บาท
  • เหรียญ RVN ที่ยังไม่ขายมูลค่า ณ สิ้นปี = 160,000 บาท (ไม่ต้องเสียภาษีจนกว่าจะขาย)
  • ค่าใช้จ่ายตามจริงทั้งปี: ค่าไฟ 240,000 บาท ค่าเช่าโกดัง 96,000 บาท ค่าอินเทอร์เน็ต 12,000 บาท ค่าเสื่อมการ์ดจอ (เฉลี่ย 5 ปี) 144,000 บาท รวม 492,000 บาท

เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) = 580,000 (รายได้รับรู้ขุด) + 40,000 (กำไรขาย) − 492,000 (ค่าใช้จ่ายตามจริง) = 128,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท + ลดหย่อน SSF 50,000 บาท เหลือเงินได้สุทธิ 18,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 150,000 บาท จึงได้รับการยกเว้นภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบเพื่อแสดงเอกสารและไม่ถูกประเมินภายหลัง

กรณีนี้สะท้อนชัดว่า การหักค่าใช้จ่ายตามจริงเป็นหัวใจของการลดภาระภาษีในธุรกิจขุด โดยเฉพาะค่าไฟที่กินสัดส่วนใหญ่ ใครที่หักแบบเหมา 60% มักได้ผลลัพธ์ที่แย่กว่า เพราะค่าไฟจริงของฟาร์มขุดมักเกิน 60% ของรายได้อยู่แล้ว

เปรียบเทียบทางเลือกการยื่น: บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล

ประเด็นบุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90)นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50)
อัตราภาษีสูงสุด35% (ขั้นบันได)20% (SME: 15-20%)
การหักค่าใช้จ่ายตามจริง หรือเหมา 60%ตามจริงเท่านั้น พร้อมงบการเงิน
ความซับซ้อนของบัญชีเก็บเอกสาร 5 ปีต้องมีผู้สอบบัญชี TA หรือ CPA
VATยกเว้นสำหรับธุรกรรมคริปโตเช่นเดียวกัน แต่บริการอื่นอาจต้องจด
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น0 บาท15,000-30,000 บาท (จดบริษัท + บัญชี)
เหมาะกับขนาดกำไรสุทธิ < 750,000/ปีกำไรสุทธิ > 1,500,000/ปี

จุดคุ้มทุนในการจดนิติบุคคลโดยทั่วไปอยู่ที่กำไรสุทธิประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป เพราะ SME ที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้สิทธิภาษีพิเศษ คือ 300,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินถึง 3 ล้านบาท เสีย 15% และส่วนที่เกินเสีย 20% ซึ่งต่ำกว่าอัตราขั้นบันไดของบุคคลธรรมดาในช่วงสูง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ

FAQ

ขุด Bitcoin แล้วยังไม่ขาย ต้องเสียภาษีหรือไม่?

ต้องบันทึกรายได้ในวันที่ได้รับเหรียญจาก Pool ตามราคาตลาดยุติธรรมเป็นบาท แม้จะยังไม่ขายเป็นเงินบาทก็ตาม กรมสรรพากรถือว่ารายได้เกิดขึ้นทันทีที่ได้รับสินทรัพย์ ไม่ใช่ตอนแปลงเป็นเงินบาท ดังนั้นแม้จะ HODL ต่อ คุณยังต้องนำมูลค่าวันรับรู้มาคำนวณภาษีในปีนั้น ส่วนกำไร/ขาดทุนตอนขายค่อยคำนวณเพิ่มในปีที่ขายจริง

ใช้กระเป๋า Ledger หรือ Trezor เก็บเหรียญที่ขุดได้ ต้องสำแดงต่อกรมสรรพากรไหม?

ไม่ต้องสำแดงตัวกระเป๋าฮาร์ดแวร์ แต่ต้องสำแดงเงินได้และกำไรจากการขายเหรียญทั้งหมด ไม่ว่าจะเก็บไว้ใน Ledger, Trezor, Cake Wallet หรือกระเป๋าใดก็ตาม กรมสรรพากรสนใจ "เงินได้" ไม่ใช่ "สถานที่เก็บ" หากในอนาคตคุณโอนจากกระเป๋าฮาร์ดแวร์ไปขายใน Exchange ไทย ระบบจะตรวจจับยอดเข้าและเชื่อมโยงกับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคุณ

ขายเหรียญใน DEX ต่างประเทศ เช่น Uniswap หรือ THORChain ต้องเสียภาษีในไทยไหม?

ต้องเสีย หากคุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย (อาศัยในไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษี) จะต้องเสียภาษีจากเงินได้ทั่วโลก ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร และตั้งแต่ปีภาษี 2024 เป็นต้นมา การ "นำเข้า" เงินจากต่างประเทศไม่ใช่เงื่อนไขอีกต่อไป แม้คุณจะเก็บกำไรไว้ใน DEX โดยไม่โอนกลับไทย ก็ยังถือเป็นเงินได้พึงประเมิน

ถ้าขุดได้ขาดทุน (ค่าไฟแพงกว่ารายได้) จะหักภาษีอย่างอื่นได้ไหม?

หักได้เฉพาะกับเงินได้ประเภทเดียวกันคือมาตรา 40(8) ในปีเดียวกันเท่านั้น ไม่สามารถนำขาดทุนจากการขุดไปหักกับเงินเดือน (มาตรา 40(1)) หรือดอกเบี้ย (มาตรา 40(4)) ได้ และไม่สามารถยกขาดทุนข้ามปีในนามบุคคลธรรมดา หากจดเป็นนิติบุคคลจะมีสิทธิยกขาดทุนสะสมได้สูงสุด 5 ปี ซึ่งเป็นอีกข้อได้เปรียบของการจดบริษัท

การใช้ MoneroSwapper แลกเหรียญที่ขุดได้เป็น XMR ต้องสำแดงไหม?

การแลกเหรียญรูปแบบ Coin-to-Coin ไม่ว่าจะผ่านบริการแบบไม่ต้อง KYC หรือผ่าน Exchange ที่มี KYC ถือเป็นการจำหน่ายเหรียญต้นทางและซื้อเหรียญปลายทางในวันเดียวกัน คุณต้องบันทึกราคา ณ วันแลกเพื่อคำนวณกำไร/ขาดทุนของเหรียญต้นทาง และใช้ราคาเดียวกันเป็นต้นทุนของเหรียญปลายทาง คุณสมบัติ Privacy ของ Monero ไม่ได้ยกเว้นหน้าที่สำแดงในแบบภาษีของคุณ

ถ้าโดนเรียกตรวจย้อนหลัง ควรทำอย่างไร?

เก็บเอกสารทุกอย่างไว้อย่างน้อย 5 ปี และเตรียมพร้อมแสดง Wallet Address ทุกใบ Transaction Hash ทุกธุรกรรม และใบเสร็จค่าใช้จ่ายทั้งหมด หากกังวลในความซับซ้อน แนะนำให้ปรึกษาผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หรือผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกับ DBD และมีประสบการณ์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัล หลีกเลี่ยงการให้เพื่อนหรือคนที่ไม่รู้กฎหมายภาษีดูแลให้ เพราะค่าปรับและเงินเพิ่มที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังสูงกว่าค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญหลายเท่า

บทสรุปและก้าวต่อไป

ปี 2026 เป็นปีที่นักขุดคริปโตไทยต้องปรับตัวจากยุค "ยื่นแบบรู้กฎหมายคร่าว ๆ ก็พอ" สู่ยุคที่กรมสรรพากรได้ข้อมูลตรงจาก Exchange ผ่านกรอบ CARF การยื่น ภ.ง.ด. 90 ให้ถูกต้องไม่ใช่แค่เรื่องของการหลีกเลี่ยงค่าปรับ แต่เป็นการปกป้องสิทธิในการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลของคุณในอนาคต ทั้งการกู้สินเชื่อ การยื่นวีซ่า การจดทะเบียนบริษัท และการพิสูจน์รายได้ในทุกบริบทที่กฎหมายต้องการ

หลักสำคัญที่ควรจำคือ บันทึกทุกธุรกรรมตั้งแต่ต้นปี เลือกวิธีคำนวณต้นทุนแบบ FIFO หรือถัวเฉลี่ยอย่างใดอย่างหนึ่งและใช้ตลอดปี เก็บใบเสร็จค่าไฟและเอกสารทุกแผ่น และเข้าใจว่าความเป็นส่วนตัวระดับ Protocol อย่าง Monero ผ่าน RingCT และ Bulletproofs+ เป็นเครื่องมือป้องกันบุคคลที่สาม ไม่ใช่ใบอนุญาตหลีกเลี่ยงภาษี หากต้องการสำรองส่วนของพอร์ตในเหรียญที่มี Fungibility สูงโดยไม่ทิ้งร่องรอย Address Clustering ลองศึกษาบริการสลับเหรียญแบบไม่ต้อง KYC อย่าง MoneroSwapper พร้อมกับการยื่นภาษีให้เรียบร้อย เพื่อให้คุณเป็นนักขุดที่อยู่รอดทั้งในด้านเทคนิคและด้านกฎหมายในระยะยาว

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

แลกเปลี่ยน Monero แบบไม่ระบุตัวตน

ไม่ต้อง KYC • ไม่ต้องสมัคร • แลกเปลี่ยนทันที

แลกเปลี่ยนเดี๋ยวนี้